แนะนำคณะ

 

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

  Image hosted by Photobucket.com

 

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีนโยบายจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ขึ้น ตั้งแต่ ศาสตราจารย์ ประกาศ อวยชัย เป็นอธิการบดีเมื่อปี พ.ศ. 2522 ได้มีการตั้งคณะกรรมการร่างโครงการจัดตั้งขึ้นชุดหนึ่ง และได้ดำเนินการอย่างจริงจังในสมัยศาสตราจารย์ คุณหญิง นงเยาว์ ชัยเสรี เป็นอธิการบดี โดยสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการประชุมครั้งที่ 8/2526ได้ให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับนโยบายทางวิชาการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการที่จะส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ประยุกต์ โดยเฉพาะการผลิตแพทย์ และมอบหมายให้อธิการบดีดำเนินการตามนโยบาย

 

 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ดำเนินสร้างโรงพยาบาลขึ้นก่อน โดย ศาสตราจารย์ คุณหญิง นงเยาว์ ชัยเสรี อธิการบดี มีคำสั่งที่  747/2549    ลงวันที่ 25  สิงหาคม 2529    แต่งตั้งคณะกรรมการจัดหาทุนสร้างโรงพยาบาลธรรมศาสตร์  มีศาสตราจารย์สุธี นาทวรทัต เป็นประธานกรรมการ และนายประมวล สภาวสุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในขณะนั้น เป็นประธานกิตติมศักดิ์ ระดมทุนจากศิษย์เก่าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

การดำเนินการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ ได้ดำเนินการต่อมาเรื่อยๆ จนกระทั่งสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เห็นชอบด้วยตามหนังสือของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร.0203/126 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2529 ซึ่งอธิการบดีได้พบปลัดทบวงมหาวิทยาลัย  ขอดำเนินการโรงพยาบาลให้ครบ 1  ปีก่อน  เพื่อเป็นพื้นฐานของคณะแพทยศาสตร์ แล้วจึงจะดำเนินการเรื่องคณะแพทยศาสตร์ต่อคณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ขึ้นในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2533

 

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ได้แต่งตั้ง  ศาสตราจารย์อารี  วัลยะเสวี  เป็นคณบดี  คณะแพทยศาสตร์คนแรก  เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2533และแต่งตั้ง รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงอัญเชิญ  อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นรองคณบดี เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2533 จากนั้นคณะแพทยศาสตร์ได้เชิญ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ทองจันทร์ หงศ์ลดารมถ์, รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ เฉลิม วราวิทย์,อาจารย์แพทย์หญิง สมบูรณ์ เกียรตินันทน์, นายแพทย์ กัมมาล กุมาร ปาวา, นายแพทย์ ปรีชา วาณิชยเศรษฐกุล, นายแพทย์ จักรชัย จึงธีรพานิช,แพทยหญิง จำนงค์ แก้วทับทิม และผู้ทรงคุณวุฒิจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี อีกจำนวนมาก ประชุมเพื่อจัดทำหลักสูตรคณะแพทยศาสตร์ขึ้นใหม่ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ระยะคือ 2 ปีครึ่งแรก เป็นการเรียนแบบผสมผสานของคลินิกกับพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ สำหรับ 2 ปีครึ่งหลัง เป็นการเรียนทางคลินิก   และให้หัวหน้าหน่วยแต่ละหน่วยและคณะทำงานไปจัดทำหลักสูตร  รายละเอียดการเรียนการสอน การประเมินผล ซึ่งต่อมาได้มีการปรับปรุงหลายครั้ง

 

สำหรับการบริหารงานของคณะแพทยศาสตร์ นั้น การแบ่งส่วนราชการ มี 4 ส่วนตามพระราชกฤษฎีกา การจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์จนกระทั่งต้นปี พ.ศ.2543 สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งขณะนั้น ศาสตราจารย์ คุณหญิง นงเยาว์ ชัยเสรี เป็นนายกสภามหาวิทยาลัย มีคำสั่งให้การบริหารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ เป็นอิสระแยกจากคณะแพทยศาสตร์ โครงสร้างของคณะแพทยศาสตร์จึงไม่มีโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ นับแต่นั้นมา

   หลักเกณฑ์การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์    


         คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา      

1.  เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือหลักสูตรอื่นๆ ที่กระทรวงศึกษาธิการเทียบเท่า หรือกำลังศึกษาอยู่

     และคาดว่าจะจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายก่อนเดือนเมษายน 2552

 

2.  ไม่เป็นผู้กำลังศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (สำหรับผู้สมัครในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต) และไม่เป็น

     ผู้กำลังศึกษาในหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต (สำหรับผู้สมัครในหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต)

     ในมหาวิทยาลัย/สถาบันของรัฐ (ยกเว้นได้ลาออกจากการศึกษาก่อนวันยื่นใบสมัคร)

 

3.  ไม่เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตในมหาวิทยาลัย/สถาบันของรัฐในปีการศึกษา 2552

     ตามโครงการพิเศษต่างๆ ที่ได้ยืนยันสิทธิ์กับสถาบันที่คัดเลือกไว้เรียบร้อยแล้ว หรือ ไม่เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษา

     หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิตเฉพาะ 5 สถาบันที่เข้าร่วมการคัดเลือกกับ กสพท ในปีการศึกษา 2552 ตามโครงการ

     พิเศษต่างๆ ที่ได้ยืนยันสิทธิ์กับสถาบันไว้เรียบร้อยแล้ว

 

4.  ไม่เป็นผู้กำลังศึกษาเกินชั้นปีที่ 1 ในมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษาของรัฐที่เข้าร่วมระบบการคัดเลือกนักศึกษาร่วมกับ

     สกอ. ยกเว้นได้ลาออกจากการศึกษาก่อนวันยื่นใบสมัคร (หากมีการลงทะเบียนในรายวิชาบังคับของชั้นปีที่สูงกว่าปีที่ 1

     จะถือว่าศึกษาในชั้นปีที่เกินชั้นปีที่ 1)

 

5.  ไม่มีปัญหาสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพแพทย์หรือทันตแพทย์

      ขอให้ดูรายละเอียดใน Website ของแต่ละสถาบันและระเบียบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา

      สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการประกอบ

 

 6.  เป็นผู้มีสัญชาติไทยและมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะรับราชการได้เมื่อจบการศึกษา ตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้สำหรับ

      ข้าราชการพลเรือน (ยกเว้นผู้เข้าศึกษาในสถาบันเอกชน) การรับราชการจะต้องเข้าระบบการใช้ทุนตามระเบียบของ

      ทางราชกา

        หากปรากฏภายหลังว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติ ตามข้อ 1- 6 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือ จงใจ

ปกปิดข้อมูล ผู้นั้นจะถูกตัดสิทธิ์ในการคัดเลือกครั้งนี้ และแม้ว่าจะได้รับการส่งชื่อเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาใดแล้วก็

ตาม จะถูกถอนสภาพการเป็นนิสิต/นักศึกษาของสถาบันนั้นๆ

 

 

      รายวิชาและสัดส่วนคะแนนที่ใช้ในการคัดเลือก (ปีการศึกษา 2552)   

 

กลุ่มสาระวิชาที่ต้องสอบ

 

กลุ่มสาระวิชา

น้ำหนักคะแนน

เงื่อนไข

O-NET

 

0%

วิทยาศาสตร์

-

คะแนนรวมต้องเท่ากับหรือมากกว่า 60%

(หากมีการสอบมากกว่า

5 กลุ่มสาระวิชา

จะคิดเพียง 5 กลุ่มสาระวิชานี้เท่านั้น)

และเป็นคะแนนสอบครั้งแรกของผู้สมัครเท่านั้น

คณิตศาสตร์

-

ภาษาอังกฤษ

-

ภาษาไทย

-

สังคมศึกษา ศาสนา

และวัฒนธรรม

-

A-NET

 

70%

วิทยาศาสตร์ 2

40%

คะแนนแต่ละกลุ่มสาระวิชาต้องได้เท่ากับหรือมากกว่า 30%

(ใช้คะแนนสอบที่จะสอบเข้าปีการศึกษา 2552

 เท่านั้น)

คณิตศาสตร์ 2

20%

ภาษาอังกฤษ 2

20%

ภาษาไทย 2

10%

สังคมศึกษา 2

10%

การสอบวิชาเฉพาะ

 

30%

 

1. การทดสอบศักยภาพในการเรียนรู้ ได้แก่ ความสามารในการจับใจความ

    คิดวิเคราะห์สังเคราะห์ เชื่อมโยงความเป็นเหตุเป็นผล และการคิดอย่าง

    มีวิจารณญาณ

 

2. การประเมินแนวคิดทางจริยธรรม

 

(ใช้คะแนนสอบที่จะสอบเข้าปีการศึกษา 2552 เท่านั้น)

 

 

 

 >> รายละเอียดเพิ่มเติม : การรับสมัครบุคคลเพื่อสอบคัดเลือกเข้าศึกษา

 

ในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2552  <<