บทความ

บทความ

 

การประชุม

คณะกรรมาธิการโลก

ว่าด้วยจริยธรรม

ในความรู้

ด้านวิทยาศาสตร์

และเทคโนโลยี

หรือโคเมสต์ ครั้งที่ 4

 

อาจารย์ชัยทศ ผู้เขียน

 

  เปิดห้องเรียนวิทยาศาสตร์สู่โลกกว้างใช้แหล่งเรียนรู้รอบข้างเป็นครู

 

กับ อาจารย์ชัยทศ  จำเนียรกุล  

การประชุมคณะกรรมาธิการโลกว่าด้วยจริยธรรมในความรู้ 

ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี หรือโคเมสต์ ครั้งที่ 4

 

 ( The Forth Session World Commission on the Ethics of Scientific

Knowledg and Technology : COMEST )

วันที่ 23 - 25 มีนาคม 2547 ณ  โรงแรมอิมพีเรียล ควีนปาร์ค

        

เมื่อวันที่ 23–25 มีนาคม 2548 อาจารย์ชัยทศ จำเนียรกุล ได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการโลกว่าด้วยจริยธรรมในความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี หรือโคเมสต์ ครั้งที่ โดยมีรัฐมนตรีทางด้านวิทยาศาสตร์และผู้แทนจากทั่วโลกมาเข้าร่วมปะชุม ณ โรงแรมอิมพีเรียลควีนปาร์ค 

 

โคเมสต์ (COMEST) อยู่ภายใต้กรอบการดำเนินงานขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม (United Nations Educational Scientific and Cultural Organization: UNESCO)  โดยต้องการส่งเสริมจริยธรรมในความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบนพื้นฐานของการเคารพสิทธิมนุษยชน  และได้จัดการประชุมมาแล้ว  4  ครั้ง  คือที่  ประเทศนอรเวย์ เยอรมัน บราซิล และครั้งล่าสุดจัดขึ้นที่ประเทศไทย ส่วนครั้งต่อไปจะจัดที่ นครโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ในปี ..2550

 

ารประชุมในครั้งนี้มีการอภิปรายและระดมความเห็นด้านจริยธรรมต่อประเด็นต่างๆ  ในบริบทของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  อาทิ  การศึกษาด้านจริยธรรม สำหรับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี,จริยธรรมด้านสิ่งแวดล้อ ,ธรรมาภิบาลในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี , การแบ่งปันผลประโยชน์งานวิจัยในระดับสากล จริยธรรมการใช้สัตว์ทดลองและสิทธิมนุษยชนในการทดลอง นอกจากนี้ยังมีเวทีเยาวชนสำหรับการแสดงความเห็นด้านจริยธรรม พร้อมด้วยการประชุมระดับรัฐมนตรี

 

โดยในวันสุดท้ายจะมีการประกาศ ปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration) เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม

 

ปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration)

 

รัฐมนตรีทางด้านวิทยาศาสตร์  และผู้แทนจาก 11 ประเทศในแถบเอเชีย แปซิฟิก อันได้แก่  ภูฐาน  อินโดนีเซียกัมพูชา ญี่ปุ่น มาเลเซีย เนปาล ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม และบรูไน  ได้ประกาศปฏิญญากรุงเทพร่วมกัน  ดังนี้

 

1)  สร้างเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยให้ความสำคัญเรื่องการค้าที่ยุติธรรม (fair  trade) มากกว่าการค้าเสรี (free trade)

 

2)  พัฒนาความร่วมมือในด้านทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อผลประโยชน์ของมนุษยชาติมากกว่า ผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด ซึ่งมีความสามารถด้อยกว่าในการเข้าถึงทรัพย์สินทางปัญญา

 

3)  ส่งเสริมบทบาทของเยาวชนในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการพัฒนานักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์

 

 4)  กระตุ้นให้มีความเข้าใจร่วมกัน ถึงความสำคัญของจริยธรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่รวดเร็ว  อาทิ นาโนเทคโนโลยี การฉายรังสี ดาวเทียม เทคโนโลยีชีวภาพ การเปลี่ยนอวัยวะมนุษย์  บนพื้นฐานความเข้าใจของประชาชนและการใส่ใจถึงผลกระทบของเทคโนโลยี

 

ทำ ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ..2548 ในโอกาสการประชุมคณะกรรมาธิการโลกว่าด้วยจริยธรรมในการใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 4