บทความ


บทความ

 

" ต้นสายน้ำผึ้ง "

 

โดย

คุณครูชัยทศ

 

 

เปิดห้องเรียนวิทยาศาสตร์สู่โลกกว้าง ให้แหล่งเรียนรู้รอบข้างเป็นครู      

 

                                 กับคุณครูชัยทศ  จำเนียรกุล

 

 

ต้นสายน้ำผึ้ง

 

 

นักเรียนทุกคนคงทราบดีว่าดอกไม้ประจำโรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ฯ คือดอกสายน้ำผึ้ง      ดังนั้นมาทำความรู้จักกับ ต้นสายน้ำผึ้งให้มากกว่านี้กันดีกว่า

 

ต้นสายน้ำผึ้งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Lonicera japonica Thunb. อยู่ในวงศ์ Caprifoliaceae เป็นไม้เถาเลื้อยขนาดเล็ก สามารถเลื้อยไปได้ไกลตั้งแต่ 5-8 เมตร หรืออาจมากกว่านี้ เถาจะมีสีเขียว แต่เมื่อเถาแก่ก็จะเป็นสีน้ำตาลเข้ม เปลือกมีรอยแผลเป็นร่องเล็กๆ แตกออกตามยาวของต้นหรือเถา ตามเถาหรือกิ่งจะปกคลุมไปด้วยขนนุ่ม  ลักษณะของใบจะเป็นใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ขนานกันตามข้อของต้น  ใบค่อนข้างแข็ง รูปใบมน ปลายใบแหลม  ดอกจะออกเป็นช่อตามยอด หรือปลายกิ่งและตามง่ามใบ ช่อดอกหนึ่งๆ จะมีดอกประมาณ 15-20 ดอก  ดอกมีลักษณะเป็นรูปทรงกรวยยาวประมาณ 4 เซนติเมตร กลีบดอกเมื่อบานออกจะมีลักษณะเป็นกลีบเล็กๆ มี 5 กลีบ เชื่อมติดกันบริเวณฐานกลายเป็นหลอด  ดอกสายน้ำผึ้ง คนจีนแต้จิ๋วเรียกว่า กิมหงึ่งฮวย แปลว่าดอกไม้เงินทองที่เรียกเช่นนั้นอาจจะเป็นเพราะสีของกลีบดอกช่วงบานใหม่ๆ จะมีสีขาวอมเทาคล้ายสีเงิน แล้วจะค่อยๆ กลายเป็นสีเหลือง และจะมีสีเหลืองจัดขึ้น คล้ายสีทองเมื่อดอกใกล้โรย  ดอกจะมีกลิ่นหอมแรงในเวลากลางคืน และแต่ละดอกจะมีใบประดับ 1 คู่

 

ต้นสายน้ำผึ้งมีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในเขตอบอุ่นของทวีป เอเชียตะวันออก เช่นในญี่ปุ่น จึงมีชื่อภาษาอังกฤษ ว่า Japanese Honey suckle สันนิษฐานว่าคงมีผู้นำเข้ามาปลูกในประเทศไทยไม่เกิน 100 ปีมานี้เอง และชื่อต้นสายน้ำผึ้งคงมาจากชื่อภาษาอังกฤษที่มีคำว่า Honey อยู่ด้วย  ถ้าปลูกในเมืองหนาว ต้นสายน้ำผึ้งจะออกดอกปีละครั้ง คือจะออกดอกระหว่างเดือนมีนาคม - มิถุนายน แต่สำหรับประเทศไทย ต้นสายน้ำผึ้งจะออกดอกตลอดปี 

 

ต้นสายน้ำผึ้งนิยมปลูกเป็นไม้ประดับให้ขึ้นพันต้นไม้ รั้วหรือเลื้อยไปตามพื้นดิน เหมาะสำหรับพื้นดินที่ระบายน้ำได้ดี ขยายพันธุ์ได้ทั้งการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง และปักชำ  มีสรรพคุณทางสมุนไพร  เช่น เถาสด แก้บิด ท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด แผลเปื่อย ปวดเมื่อยตามข้อ ขับปัสสาวะ ลดไข้ แก้ไข้หวัด  ดอกตูม  แก้ลำไส้อักเสบ ท้องเสีย