ถาม-ตอบ

 

 

ถาม - ตอบ  เรื่องอยากเป็นเภสัชกร กับ อาจารย์ชัยทศ  จำเนียรกุล

 

Q  :  สวัสดีค่ะ อ.ชัยทศ หนูชื่อ ด.ญ.ประภากุล สิทธิสัทธะ ชั้ม.2/2  หนูอยากรู้ว่าถ้าอยากเป็น

       เภสัชจะต้องเน้นวิาอะไรเป็นพิเศษ  และควรเรียนในแผนการเรียนใด  และเวลาเรียนเภสัช

       ต้องเรียน เหมือนกับหมอเลยมั้ยหรือว่าบางวิชาแตกต่างกัน พอดีว่าหนูกลัวเลือดเลยไม่ค่อย

       อยากเจอเลือดเท่าไหร่ 
 

A  :  สำหรับผู้ที่จะเข้าศึกษาในคณะเภสัชศาสตร์นั้น ควรจะเรียนในแผนการเรียน วิทย์ - คณิต และ

       คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพเภสัชกร คือ  

 

                1.  สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาวิชาเภสัชศาสตร์
                2.  มีสุขภาพกายและจิตใจดี ไม่พิการ ไม่ตาบอดสี มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีความสามารถเป็นผู้นำได้เนื่องจากอาจจะทำงานควบคุมผู้อื่นโดยเฉพาะในงานการผลิต มีบุคลิกภาพดี
                3.  รักในอาชีพนี้ มีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมสูง
                4.  ควรจะมีความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์ เคมี ชีววิทยา และสามารถสอบได้คะแนนดีในวิชาเหล่านี้
                5.  ชอบการค้นคว้าทดลอง การใช้ปัญญาในการวิเคราะห์
                6.  มีความละเอียดรอบคอบ ช่างสังเกต
                7.  ซื่อสัตย์ต่ออาชีพ
                8.  ผู้ที่สนใจประกอบอาชีพนี้ต้องชอบการท่องจำ เพราะจำเป็นต้องจำชนิดของยาส่วนประกอบของยา ชื่อและประโยชน์ของต้นไม้ที่มีฤทธิ์ทางยารวมทั้งชื่อยาและชื่อสารเคมีที่ใช้ในการรักษาโรค

 

 

 

       ปัจจุบัน คณะเภสัชศาสตร์ (มหาวิทยาลัยของรัฐ) มีอยู่ด้วยกัน 10 มหาวิทยาลัย คือ

 

                 1.  มหาวิทยาลัยมหิดล

                 2.  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

                 3.  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

                 4.  มหาวิทยาลัยศิลปากร

                 5.  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

                 6.  มหาวิทยาลัยขอนแก่น

                 7.  มหาวิทยาลัยนเรศวร

                 8.  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

                 9.  มหาวิทยัลอุบลราชธานี  

                10. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

          หลักสูตรของคณะเภสัชศาสตร์  มีอยู่ 2 หลักสูตร คือ หลักสูตร 5 ปี และหลักสูตร 6 ปี

                1.  หลักสูตร 5 ปี  เน้นความรู้และทักษะที่สามารถปฏิบัติงานในฐานะเภสัชกรได้ในทุกสาขา  เช่น การจ่ายยา  และการดูแลผู้ป่วยในการใช้ยาอย่างเหมาะสมทั้งในสถานพยาบาล และร้านยา งานการผลิต และควบคุมคุณภาพยาในโรงงานยา งานการให้ข้อมูลทางยาแก่บุคคลากรทางการแพทย์  งานคุ้มครองผู้บริโภค เช่น สำนักงานสาธาณสุขจังหวัดและ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เป็นต้น

 

                2.  หลักสูตร 6 ปี  เน้นการผลิตเภสัชกรที่มีความรู้และความสามารถพร้อมแก่การปฏิบัติงาน บริบาลทางเภสัชกรรม โดยมีการเพิ่มความรู้ทางด้านคลินิก การวิเคราะห์ และการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างเป็นระบบ และกระบวนการคิดตัดสินใจและการปฏิบัติงานร่วมกับสหวิชาชีพที่มีประสิทธิภาพ โดยในหลักสูตรได้เน้นกระบวนการศึกษาด้วยตนเอง เพื่อสร้างแนวคิดการศึกษาตลอดชีวิต อีกทั้งยังเน้นการฝึกปฏิบัติงานบริบาลเภสัชกรรมซึ่งมีตั้งแต่การศึกษาในชั้นปีที่ 5 และการฝึกฝนปฏิบัติงานอย่างเข้มในปีการศึกษาที่ 6 อันเป็นการเพิ่มศักยภาพและความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยของนิสิตก่อนจบการศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ป่วยและสังคม ( ในบางมหาวิทยาลัยก็จะมีทั้ง 2 หลักสูตร  บางแห่งก็มีแค่หลักสูตรใด หลักสูตรหนึ่ง )

 

 

 

      สำหรับคำถามที่ว่า " เรียนเภสัชต้องเรียน เหมือนกับหมอเลยมั้ยหรือว่าบางวิชาแตกต่างกัน พอดีว่าหนูกลัวเลือดเลยไม่ค่อยอยากเจอเลือดเท่าไหร่ "

 

        สำหรับการเรียนในคณะเภสัชศาสตร์นั้น  แม้จะเรียนกันคนละแบบกับคณะแพทย์ศาสตร์ แต่ก็จะมีเรียนคล้ายกันบ้างในบางรายวิชา  เช่นวิชาที่เกี่ยวกับร่างกายของมนุษย์ เพื่อให้เข้าใจ และเรียนรู้กระบวนการต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ ซึ่งอาจารย์ผู้สอนจะให้ดู และจำเฉพาะส่วนที่สำคัญๆ ที่จะนำมาใช้  โดยมีเรียนทั้งกับที่ป็น model  และของจริง  ่วนเรื่องเลือดนั้นไม่ต้องกลัว เพราะคณะเภสัชศาสตร์ไม่ได้เน้นเหมือนคณะแพทย์ศาสตร์ สำหรับ ประภากุล นั้น ครูเชื่อมั่นว่าเรียนได้ 100% และจะมีความสุขกับการเรียน