แนะนำคณะ

 

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

เรียนแพทย์จบ 6 ปีแล้ว จะไปไหนต่อ

  • ปีแรก ปฏิบัติงานเป็นแพทย์เพิ่มพูนทักษะ ตามโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยหรือสถานพยาบาลกระทรวงกลาโหม 

  • ปีที่ 2-3 ปฏิบัติงานเป็นแพทย์ใช้ทุนของหน่วยราชการต่างๆ (กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กทม. มหาวิทยาลัย)

  • หลังจากนั้นสามารถจะไปปฏิบัติงานในสายงานที่ชอบ

หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

  • อายุรศาสตร์ทั่วไป

  • โลหิตวิทยา

  • ประสาทวิทยา

  • โรคไต

  • โรคหัวใจ

  • ทางเดินหายใจและวัณโรค

  • ทางเดินอาหาร

  • ต่อมไร้ท่อ

  • ตจวิทยา (โรคผิวหนัง)

  • ศัลยศาสตร์ทั่วไป

  • ประสาทศัลยศาสตร์

  • กุมารศัลยศาสตร์

  • ศัลยศาสตร์ทางเดินปัสสาวะ

  • ศัลยศาสตร์ตกแต่ง

  • ศัลยศาสตร์คอและเต้านม

  • ศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก

  • ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์

  • จักษุวิทยา

  • โสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา

  • เวชศาสตร์ฟื้นฟู

  • เวชศาสตร์ครอบครัว

  • เวชบำบัดวิกฤต

  • กุมารเวชศาสตร์

  • สูติ-นรีเวชวิทยา

  • นิติเวชศาสตร์

  • พยาธิวิทยา

  • พยาธิวิทยาคลินิก

  • รังสีวิทยาทั่วไป

  • รังสีวินิจฉัย

  • รังสีรักษา

  • จิตเวชศาสตร์

  • เวชศาสตร์ฉุกเฉิน

แพทย์สามารถปฏิบัติงานในลักษณะใดได้บ้าง

  • เป็นแพทย์ทั่วไป

  • เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

  • เป็นอาจารย์โรงเรียนแพทย์

  • เป็นนักวิจัย

  • เป็นแพทย์ในสายงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับทางการแพทย์

ตัวอย่างอาชีพอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับทางการแพทย์

  • Medical engineering & Medical physics

  • Medical informatics

  • Medical illustrating

  • Medical education

  • Hospital management & Health economics

แพทย์ปฏิบัติงานที่ใดได้บ้าง ?

  • กระทรวงสาธารณสุข : โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์

  • ทบวงมหาวิทยาลัย

  • โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงกลาโหม และกทม

  • โรงพยาบาลเอกชนและคลินิกส่วนตัว

  • บริษัทยา/เครื่องมือทางการแพทย์

  • อื่นๆ

 

    หลักเกณฑ์การสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต    

 

    คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล   

 

    ปีการศึกษา 2552   


        คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา     

1.  เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือหลักสูตรอื่นๆ ที่กระทรวงศึกษาธิการเทียบเท่า หรือกำลังศึกษาอยู่

     และคาดว่าจะจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายก่อนเดือนเมษายน 2552

 

2.  ไม่เป็นผู้กำลังศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (สำหรับผู้สมัครในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต) และไม่เป็น

     ผู้กำลังศึกษาในหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต (สำหรับผู้สมัครในหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต)

     ในมหาวิทยาลัย/สถาบันของรัฐ (ยกเว้นได้ลาออกจากการศึกษาก่อนวันยื่นใบสมัคร)

 

3.  ไม่เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตในมหาวิทยาลัย/สถาบันของรัฐในปีการศึกษา 2552

     ตามโครงการพิเศษต่างๆ ที่ได้ยืนยันสิทธิ์กับสถาบันที่คัดเลือกไว้เรียบร้อยแล้ว หรือ ไม่เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษา

     หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิตเฉพาะ 5 สถาบันที่เข้าร่วมการคัดเลือกกับ กสพท ในปีการศึกษา 2552 ตามโครงการ

     พิเศษต่างๆ ที่ได้ยืนยันสิทธิ์กับสถาบันไว้เรียบร้อยแล้ว

 

4.  ไม่เป็นผู้กำลังศึกษาเกินชั้นปีที่ 1 ในมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษาของรัฐที่เข้าร่วมระบบการคัดเลือกนักศึกษาร่วมกับ

     สกอ. ยกเว้นได้ลาออกจากการศึกษาก่อนวันยื่นใบสมัคร (หากมีการลงทะเบียนในรายวิชาบังคับของชั้นปีที่สูงกว่าปีที่ 1

     จะถือว่าศึกษาในชั้นปีที่เกินชั้นปีที่ 1)

 

5.  ไม่มีปัญหาสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพแพทย์หรือทันตแพทย์

      ขอให้ดูรายละเอียดใน Website ของแต่ละสถาบันและระเบียบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา

      สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการประกอบ

 

 6.  เป็นผู้มีสัญชาติไทยและมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะรับราชการได้เมื่อจบการศึกษา ตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้สำหรับ

      ข้าราชการพลเรือน (ยกเว้นผู้เข้าศึกษาในสถาบันเอกชน) การรับราชการจะต้องเข้าระบบการใช้ทุนตามระเบียบของ

      ทางราชกา

        หากปรากฏภายหลังว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติ ตามข้อ 1- 6 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือ จงใจ

ปกปิดข้อมูล ผู้นั้นจะถูกตัดสิทธิ์ในการคัดเลือกครั้งนี้ และแม้ว่าจะได้รับการส่งชื่อเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาใดแล้วก็

ตาม จะถูกถอนสภาพการเป็นนิสิต/นักศึกษาของสถาบันนั้นๆ

 

 

      รายวิชาและสัดส่วนคะแนนที่ใช้ในการคัดเลือก (ปีการศึกษา 2552)    

 

กลุ่มสาระวิชาที่ต้องสอบ

 

กลุ่มสาระวิชา

น้ำหนักคะแนน

เงื่อนไข

O-NET

 

0%

วิทยาศาสตร์

-

คะแนนรวมต้องเท่ากับหรือมากกว่า 60%

(หากมีการสอบมากกว่า

5 กลุ่มสาระวิชา

จะคิดเพียง 5 กลุ่มสาระวิชานี้เท่านั้น)

และเป็นคะแนนสอบครั้งแรกของผู้สมัครเท่านั้น

คณิตศาสตร์

-

ภาษาอังกฤษ

-

ภาษาไทย

-

สังคมศึกษา ศาสนา

และวัฒนธรรม

-

A-NET

 

70%

วิทยาศาสตร์ 2

40%

คะแนนแต่ละกลุ่มสาระวิชาต้องได้เท่ากับหรือมากกว่า 30%

(ใช้คะแนนสอบที่จะสอบเข้าปีการศึกษา 2552

 เท่านั้น)

คณิตศาสตร์ 2

20%

ภาษาอังกฤษ 2

20%

ภาษาไทย 2

10%

สังคมศึกษา 2

10%

การสอบวิชาเฉพาะ

 

30%

 

1. การทดสอบศักยภาพในการเรียนรู้ ได้แก่ ความสามารในการจับใจความ

    คิดวิเคราะห์สังเคราะห์ เชื่อมโยงความเป็นเหตุเป็นผล และการคิดอย่าง

    มีวิจารณญาณ

 

2. การประเมินแนวคิดทางจริยธรรม

 

(ใช้คะแนนสอบที่จะสอบเข้าปีการศึกษา 2552 เท่านั้น)