สาระน่ารู้

 

 

 

 

 

 

จุดแดงอันใหม่บนดาวพฤหัส 

              เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 49 ที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์สมัครเล่น คริสโตเฟอร์ โก ชาวฟิลิปปินส์ได้ใช้กล้องดูดาวขนาด 11 นิ้วกับกล้องถ่ายภาพ CCD  ถ่ายภาพดาวพฤหัสและได้พบกับจุดแดงอันใหม่บนดาวพฤหัส
 

 

ภาพของ Red Spot บนดาวพฤหัสที่ คริสโตเฟอร์ โก  ถ่ายไว้ได้ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2006

  

              ชื่ออย่างเป็นทางการของพายุลูกนี้คือ "OVAL BA" หรือพายุไข่เอบี  แต่ชื่อ เรดจูเนียร์ (RED Jr.)  ดูจะเหมาะสมกว่าแล้วเพราะมีขนาดราวครึ่งหนึ่งของ Great Red Spot (GRS) อันเก่าที่รู้จักกันดี และมีสีใกล้เคียงกันด้วย
 

              Oval BA ปรากฏให้เห็นครั้งแรกเมื่อปี คศ.2000 เมื่อพายุขนาดเล็ก 3 ลูกรวมตัวกันซึ่งกล้องอวกาศฮับเบิลและกล้องอื่นๆอีกทุกมุมโลกก็เฝ้าจับตามองปรากฏการณ์ในครั้งนั้น  ซึ่งก็คงจะเป็นแบบเดียวกับต้นกำเนิดของ GRS ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายศตวรรษก่อนที่สร้างพายุขนาดสองเท่าของดาวเคราะห์โลกและมีอายุมานานกว่า 300 ปีแล้ว   เดิมทีพายุ Oval BA นั้นเหลือซากเป็นสีขาวเช่นเดียวกับพายุต้นกำเนิด แต่เดือนล่าสุดที่ผ่านมามีบางสิ่งเปลี่ยนแปลง  "เจ้าพายุ Oval BA นี้มีสีขาวเมื่อตอนเดือนพฤศจิกายน 2005  แต่มันก็เริ่มๆเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลในเดือนธันวาคม แล้วก็เป็นสีแดงเมื่อสองสามอาทิตย์ก่อน และตอนนี้มันก็มีสีเดียวกับ GRS"  คริสโตเฟอร์ โก กล่าว
 

 

ภาพขั้นตอนการเกิดพายุ Oval BA ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของพายุขาว3ลูกที่ถ่ายไว้โดยกล้องฮับเบิล

 

              ดร.เกลน ออตัน นักดาราศาสตร์จาก JPL และเป็นผู้ที่สนใจศึกษาพายุบนดาวพฤหัสและดาวเคราะห์ยักษ์ดวงอื่นอย่างเป็นพิเศษ  อุทานด้วยความดีใจและกล่าวว่า "เราได้เฝ้าจับตาดูดาวพฤหัสมาเป็นปีๆ เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงเป็นสีแดงของเจ้าพายุ Oval BA และในที่สุดมันก็เกิดขึ้น"


     

ทำไมต้องเป็นสีแดง ?
     

              ไม่มีใครรู้ได้แน่ชัดว่า ทำไม GRS จึงมีสีแดงแต่ความเห็นยอดนิยมก็คือ พายุจะขุดมวลสารที่อยู่ใต้ชั้นเมฆของดาวพฤหัสให้ขึ้นมาอยู่ชั้นบน ที่ซึ่งรังสีอุลตร้าไวโอเลตของดาวอาทิตย์จะสามารถทำปฏิกิริยากับสารเคมีที่เราไม่รู้จักนี้ คล้ายๆกับการเผาอิฐที่ออกมามีสีน้ำตาลแดง GRS เป็นพายุที่ทรงพลังที่สุดในระบบสุริยะของเราจริงๆ  ดร.ออตันกล่าว


              พายุ Oval BA เองก็เช่นกัน อาจจะมีความรุนแรงพอๆกับ GRS   มีพายุรูปไข่สีขาวบนดาวพฤหัสบางลูกที่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงเช่นกัน ตัวอย่างเช่นที่เกิดขึ้นในปี คศ.1999 แต่ก็ไม่เสมอไป และก็ไม่ค่อยมีอายุยืนนัก  และมันจะต้องเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆจริงๆถ้าพายุ Oval BA จะกลายเป็นสีแดงถาวร  ดร.จอร์น โรเจอร์  ผู้เขียนหนังสือ "Jupiter:The Giant Planet"  กล่าว


              สำหรับนักดูดาวสมัครเล่นทั่วไปที่สนใจ หากใช้กล้องดูดาวที่มีขนาดเล็ก 4-6 นิ้ว จะสังเกตเห็นเพียงแถบเมฆและดาวบริวาร 4 ดวงของดาวพฤหัสเท่านั้น ขนาดของกล้องที่เหมาะควรจะเป็นตั้งแต่ 10 นิ้วขึ้นและอุปกรณ์ถ่ายภาพ CCD  ตำแหน่งของพายุ Oval BA  จะอยู่ค่อนไปทางซีกใต้ของดาวพฤหัสมีระยะห่างจาก GRS ราว 2.5 ชั่วโมง หมายความว่าให้เช็คตำแหน่งเวลาที่ GRS ของดาวพฤหัสผ่านแนวเมอริเดียท แล้วปล่อยเวลาให้ผ่านไปอีกราว 2.5 ชั่วโมง Oval BA ก็จะผ่านมาอยู่ในแนวเมอริเดียทของดาวพฤหัสแทน